มะเร็งเป็นโรคที่ทุกๆคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็ก หรือ แก่ ไม่ว่าวัยไหนทุกคนๆก็ไม่อยากแม้แต่จะให้คนในครอบครัวต้องประสบกับโรคนี้ แต่เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถห้ามได้และโรคมะเร็งเป็นโรคที่ถือได้ว่าเป็นโรคเงียบอีกโรคนึงก็ได้
เพระในระยะเริ่มแรกนั้นจะไม่แสดงอาการออกมา ส่วนใหญ่มักตรวจพบเมื่อมีอาการในระยะที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งน้อยคนนักจะเจอในระยะแรกเริ่ม ซึ่งการตรวจค้นหามะเร็งนั้นสำหรับผู้ที่ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกๆปีโอกาสเสี่ยงที่จะพบเมื่อเป็นในระยะที่ 2 หรือ 3 แล้วนั้นค่อนข้างน้อยมาก ส่วนมากจะเจอตั้งแต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค หรือ บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ตรวจร่างกายเป็นประจำก็สามารถตรวจหามะเร็งได้หากมีอาการที่สงสัยหรือคิดว่าตัวเองมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็ง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ หรือ เสียชีวิตด้วยโรคนี้หรือไม่ เพราะบางชนิดของมะเร็งก็ส่งผลทางกรรมพันธุ์ด้วย และปัจจัยเสี่ยงในการดำรงชีวิต การใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือ ป่วยด้วยโรคอื่นๆหรือโรคเรื้อรังที่สามารถทำให้เสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถตรวจหามะเร็งด้วยตัวเองได้บ้างเช่น
ในผู้หญิงสิ่งที่หลายๆคนกลัวคือมะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก ซึ่งอาการที่สังเกตได้และถือเป็นการตรวจมะเร็งในระยะเริ่มต้นด้วยตัวเองคือ การคลำเต้านมหากพบว่ามีก้อนและเจ็บนั่นคือสัญญาณว่ามีอาการผิดปรกติต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียด และอาการปวดในขณะมีประจำเดือนที่ปวดผิดปรกติหรือหลังหมดประจำเดือนรวมถึงการมีประจำเดือนบ่อยครั้งในรอบ 1 เดือน หรือ มีเลือดประจำเดือนสีคล้ำ เยอะ ส่งกลิ่นที่ผิดปรกติก็ถือเป็นสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์เช่นกัน ส่วนผู้ชายนั้นส่วนใหญ่มักกลัวมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งอาการที่จะแสดงออกมาคือปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่พุ่งเหมือนปรกติ มีเลือดและอสุจิปนออกมาในปัสสาวะ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายที่วัยเกิน 50 แต่อายุที่ต่ำกว่านี้ก็มีโอกาสเสี่ยงด้วยเช่นกันเช่นในผู้ชายที่สูบบุหรี่เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีมะเร็งในส่วนอื่นๆที่ควรตรวจและสังเกตจากอาการผิดปรกติด้วยตัวเองเช่น ท้องอืดบ่อยๆ ปวดท้องมากหรือบ่อยผิดปรกติ ซึ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ การดื่มสุราจัดก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ และ การสูบบุหรี่ก็เสี่ยงเป็นมะเร็งปอด ซึ่งหากไม่อยากเป็นโรคมะเร็งสิ่งที่ต้องทำคือตรวจร่างกายเป็นประจำทุกๆปี เพราะแพทย์จะมีวิธีการตรวจต่างๆตั้งแต่การซักประวัติ การตรวจเลือด การเอ็กซเรย์ การทำสแกน และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดจะสามารถค้นพบมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นเพื่อให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที
จะดีไหมถ้าเรารู้จักการป้องกันมะเร็ง ง่ายๆด้วยการ ทานอาหารเสริม ลดอนุมูลอิสระ ต้นตอการเกิดมะเร็ง ATM CELLFOOD http://www.thaimgreen.com/cellfood/
CELLFOOD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจาก NuScience ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้นำเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฏหมายเพียงแค่บริษัทเดียวคือ ATM GreenHealth เท่านั้น และได้มีการขอ อย. ถูกต้องตามกฏหมายแล้ว เลขที่ 10-3-11248-1-0001 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การรักษาโรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การรักษาโรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การรักษาโรคมะเร็ง มีผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันต่ำ สามารถรักษาด้วยโภชนบำบัด
ในการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัดหรือการปลูกถ่ายไขกระดูกสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบเลือดนั้น ปัญหาและผลข้างเคียงที่ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การเกิดความเสี่ยงของการติดเชื้อฉวยโอกาส ซึ่งเกิดจากการที่ Neutropenia ในร่างกายต่ำมากเกินไป หรือพูดให้เข้าใจมากขึ้นคือผลจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการปลูกถ่ายไขกระดูกทำให้เกิด ภูมิคุ้มกันต่ำ ในร่างกายของผู้ป่วย
ผลเสียของการเกิดภูมิคุ้มกันต่ำ
ในผู้ป่วยที่ได้รับผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งจนเกิดภาวะภูมิคุ้มกันต่ำนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายประการอย่างเช่น การติดเชื้อได้ง่าย เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายท้องบ่อย ซึ่งโดยปกติผู้ป่วยโรคมะเร็งจะมีภาวะของการขาดสารอาหารหรือในการทางแพทย์เรียกว่า ภาวะทุพโภชนาการ เป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อจนเกิดอาการท้องเสีย จะยิ่งส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง และในบางรายอาจมีการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงจนไม่สามารถรักษาด้วยเคมีบำบัดต่อได้ ดังนั้นผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหารมากขึ้นเป็นพิเศษ
จัดการกับอาหารที่ทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย
ในบางครั้งการติดเชื้อของผู้ป่วยอาจเกิดจากอาหารที่ปรุงไม่สุก ดังนั้นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ จึงจำเป็นต้องปรุงอาหารให้สุกและผ่านความร้อนที่เพียงพอรวมทั้งต้องมีความสะอาดในทุกขั้นตอน
เป็นความจริงที่เราอาจไม่เคยรู้ว่า แม้นแต่อาหารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ยังสามารถตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ ดังนั้นอาหารสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำต้องผ่านการปรุงโดยใช้อุณหภูมิที่สูงมากเพื่อฆ่าเชื้อโรคและต้องรับประทานอาหารเหล่านั้นทันทีหรือไม่เกิน 3 ชั่วโมง เพราะเชื้อจุลินทรีย์อาจเจริญเติบโตได้อีกครั้ง
หลักการจัดการอาหารสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ
1. อาหารในกลุ่มผักและผลไม้ - ผักและผลไม้ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรเป็นผักและผลไม้สด แต่ควร ผ่านความร้อนแล้ว อย่างเช่น ผักและผลไม้กระป๋อง
2. อาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์ - เนื้อสัตว์ทุกชนิดที่จะรับประทานต้องผ่านความร้อนที่สูง จนมั่นใจว่าเชื้อโรคต่าง ๆ ถูกความร้อนทำลายไปหมดแล้ว - ควรงดเว้นเบคอนและไส้กรอกรมควัน
3. อาหารในกลุ่มเบเกอรี่ - อาหารในกลุ่มนี้สามารถรับประทานได้ แต่ต้องอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิทมิดชิดและทานได้หมดเพียงครั้งเดียว ควรงดคัสตาร์ดและมายองเนส
ข้อควรระวังในการปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ
1. ในการปรุงอาหารสามารถใช้วัตถุปรุงแต่งรสได้ แต่ต้องปรุงให้สุกพร้อมกับอาหาร อย่างใช้พริกไทยหรือกระเทียมโรยหน้าโดยไม่ผ่านการปรุงก่อนการรับประทาน
2. ควรล้างภาชนะสำหรับใส่อาหารให้สะอาดและอาจฆ่าเชื้อด้วยการนำมาลวกด้วยน้ำร้อนก่อนการใช้อีกครั้ง
3. ต้องปรุงอาหารให้สุกทุกครั้งก่อนการรับประทานเสมอ
4. วัตถุดิบในการปรุงอาหารต้องมีคุณภาพไม่เสียง่าย หากเป็นอาหารกระป๋อง ต้องไม่บุบหรือมีสนิม
สิ่งที่เราต้องระมัดระวังอย่างมากที่สุดสำหรับ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ คือการให้ผู้ป่วยได้รับ ประทานอาหารที่ปรุงสุกและปราศจากเชื้อโรค เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และไม่ติดเชื้อจนส่งผลเสียต่อร่างกายได้โดยง่าย...
ATM CELLFOOD - ThaiMGreen
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


