แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

เซลล์ไขมันสีขาว และ เซลล์ไขมันสีน้ำตาล

ไขมันสีขาว ไขมันสีน้ำตาล


ไขมันใต้ผิวหนังของคนเรานั้นมีสัดส่วนที่ค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักของร่างกาย ในเพศชายที่มีน้ำหนักตัวปกตินั้นจะมีไขมันประมาณ 9-18% ของร่างกาย และเพศหญิงที่มีน้ำหนักตัวปกติ จะมีไขมันประมาณ 14-20% ของร่างกาย ด้วยเหตุนี้เพศหญิงส่วนมากมีผิวนุ่มมากกว่าเพศชาย เนื่องจากมีชั้นไขมันหนากว่า นอกจากนี้บุคคลที่มีรูปร่างอ้วนจะมีสัดส่วนของไขมันเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า หรือเท่ากับ 60-70% ของน้ำหนักตัวเลยทีเดียวไขมันใต้ผิวหนังประกอบด้วย 3 ส่วนคร่าวๆ คือ เซลล์ไขมัน เนื้อเยื่อพังผืด และเส้นเลือด

หน้าที่หลักของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงานของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค เป็นต้น ช่วยป้องกันความร้อน ความเย็น รักษาอุณหภูมิในร่างกายให้ปกติ ช่วยห่อหุ้มร่างกาย ทำให้คนเรามีรูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้ง และเป็นเหมือเกราะกันกระแทกไม่ให้อวัยวะภายในโดนทำลาย

เซลล์ไขมันของคนเรายังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ เซลล์ไขมันสีขาว และ เซลล์ไขมันสีน้ำตาล แต่ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า เราจะเห็นเซลล์ไขมันสีขาวเป็นสีเหลือง เนื่องจากมีการสะสมเบต้าแคโรทีนไว้มาก ส่วนไขมันสีน้ำตาล หากมองด้วยตาเปล่าก็จะเห็นเป็นสีน้ำตาลเพราะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะ

ชั้นของไขมันใต้ผิวหนัง สามารถแบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นบนสุดเป็นชั้นที่ติดกับผิวหนังด้านบน มีหน้าที่ห่อหุ้มต่อมเหงื่อ และรากขน ชั้นถัดมาเป็นชั้นกลาง ซึ่งผิวหนังบางบริเวณบริเวณของร่างกายจะไม่มีชั้นนี้ เช่น หนังตา ฐานเล็บ สันจมูก มีหน้าที่รองรับแรงกระแทก ส่วนชั้นสุดท้ายเป็นชั้นสร้างรูปร่างจะเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ และอาหารที่รับประทานเข้าไป ชั้นนี้เป็นชั้นที่มีพังผืด และไขมัน หากชั้นนี้มีการเจริญเติบโตมากจะก่อให้เกิดเซลลูไลท์ หรือผิวเปลือกส้ม



การสะสมของไขมันในเด็กและผู้ใหญ่นั้นแตกต่างกัน สังเกตได้จากในเด็กทารกจะมีไขมันห่อหุ้มเท่ากันทุกส่วนของร่างกาย แต่ในผู้ใหญ่นั้นไขมันจะกระจายตามร่างกายและสะสมเป็นจุดๆ ทำให้เกิดไขมันส่วนเกินเป็นบางส่วนตามแขน ขา สะโพก หน้าท้อง จะเห็นได้ว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชั้นไขมันด้วยเช่นกัน ปัจจุบันจึงได้มีวิวัฒนาการในการดูดไขมันบางจุด เช่น ต้นขา หน้าท้อง มาปั่นใหม่เพื่อให้แยกส่วนที่เป็น Fat Stem Cell และผสมกับเซลล์ไขมันปกติ แล้วนำฉีดในบริเวณที่มีริ้วรอย ซึ่งสามารถสร้างคอลาเจน และเส้นเลือดใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอย กระตุ้นให้หน้าใส เติมเต็มริ้วรอยตามร่องแก้ม และหน้าผากได้



ไขมันในร่างกายของคนเราไม่ใช่ว่าจะมีข้อเสียเพียงอย่างเดียว ถ้าหากเราใช้ให้ถูกวิธี ถูกประโยชน์ หรือควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็จะมีประโยชน์ได้เหมือนกัน

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดไขมันขาว HIPPOX ฮิปพอกซ์ อาหารเสริมสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน

ติดตามรายละเอียดของ อาหารเสริม คุณภาพได้ที่เวป www.thaimgreen.com


วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อนุมูลอิสระ คืออะไร?





อนุมูลอิสระ คืออะไร?
อนุมูลอิสระ คือ อะตอมของออกซิเจนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นสาเหตุสำคัญของโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมและโรคเรื้อรัง การแก่ชรา ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่ผิดปกติ รวมถึงการที่ดีเอ็นเอในเซลล์ถูกทำลาย
อนุมูลอิสระ เป็นออกซิเจนที่อยู่ในสภาวะที่ไม่เสถียรเนื่องจากมีจำนวนอิเลคตรอนขาดไป 1 ตัว และมีประจุเป็นบวก (O+)   (อะตอมปกติของออกซิเจน ประกอบด้วย อิเลคตรอนและโปรตรอน อย่างละ 8 ตัวเท่าๆกัน  อยู่ในสภาวะเสถียรและมีประจุเป็นกลาง)  อะตอมที่ไม่เสถียรนี้จะไปดึงอิเลคตรอนจากอะตอมออกซิเจนปกติ ทำให้ อะตอมออกซิเจนปกติกลายเป็นอนุมูลอิสระ เกิดขึ้นเช่นนี้เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รวดเร็วมากในร่างกายเรา ทำให้ผนังเซลล์เสียหาย ตลอดจนดีเอ็นเอถูกทำลาย
อนุมูลอิสระ เกิดจากอะไร?
เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายได้ อนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นตลอดเวลาตราบเท่าที่เราหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อสร้างพลังงานในการดำรงชีวิต ก็จะเกิดอนุมูลอิสระขึ้นเป็นผลพลอยได้  นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะเพิ่มขึ้นได้มากกว่าปกติ จาก อารมณ์ความเครียด การสูบบุหรี่ มลภาวะ การรับประทานอาหารบางประเภท อาทิ อาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม อาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำๆ หรือ อาหารที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง  นอกจากนั้น ยา รังสี แสงแดด แม้กระทั่งการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน  ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเป็นจำนวนมาก
อนุมูลอิสระกับการเกิดโรค
โดยปกติร่างกายเราจะมีกลไกตามธรรมชาติในการกำจัดอนุมูลอิสระ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นหรือเมื่อเรามีปริมาณอนุมูลอิสระมากจนเกินกว่ากลไกตามธรรมชาติจะจัดการได้ จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า ออกซิเดทีฟสเตรส  (OXIDATIVE STRESS) ซึ่งนำไปสู่การแก่ชราและเป็นสาเหตุสำคัญของการเป็นโรคเรื้อรัง และโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมต่างๆ อาทิ มะเร็ง  โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง โรคที่เกี่ยวกับประสาทส่วนกลาง อัมพาต อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคข้อ โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ เบาหวาน ตาต้อ และ กระจกตาเสื่อม เป็นต้น

ออกซิเจนกับสุขภาพกายและใจ
ดร. ออตโต วอร์บูร์ก (DR. OTTO WARBURG) นักชีวเคมีที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.1931 ชี้ให้เห็นว่า เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนสูง การขาดการออกซิเดชั่น  (OXIDATION หรือการให้ออกซิเจนแก่เซลล์) และเกิดการหมัก (FERMENTATION) ขึ้นแทนที่การสร้างพลังงานของเซลล์ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง ดร. วอร์บูร์ก กล่าวว่า “ สาเหตุหลักของโรคมะเร็ง  คือ การที่ระบบหายใจตามปกติของเซลล์ที่ใช้ออกซิเจน  ถูกแทนที่ด้วยการหายใจของเซลล์แบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน ”  การค้นพบของดร. วอร์บูร์ก เป็นหนึ่งในข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของออกซิเจนที่มีต่อชีวิต
เราใช้ออกซิเจนช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว และยังใช้ในการแก้ปัญหาด้านการแพทย์บางอย่างด้วย อาทิ การติดเชื้อทางกระดูก การฆ่าเชื้อและรักษาบาดแผล เป็นต้น บทบาทสำคัญของออกซิเจนต่อร่างกายมีอีกประการหนึ่งก็คือ การป้องกันและปกป้องร่างกายจากแบคทีเรียที่อันตรายและจุลินทรีย์ต่างๆที่ก่อให้เกิดโรค        
ออกซิเจนจากการหายใจเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซับโดยฮีโมโกลบิน (HEMOGLOBIN) ในเม็ดเลือดแล้วจึงส่งต่อไปให้กับทุกเซลล์ในร่างกาย ภาวะสมดุลของเซลล์ขึ้นอยู่กับการมีปริมาณออกซิเจนในเลือดที่เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตของเราอยู่ได้ด้วยการขับเคลื่อนโดยปริมาณออกซิเจนนี้เอง    
ออกซิเจนกับสุขภาพผิวและความอ่อนเยาว์
ออกซิเจนช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้เกิดชั้นผิวหนังที่แข็งแรง ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี โดยออกซิเจนจะถูกนำพามาถึงชั้นผิวหนังทางเส้นเลือดใต้ชั้นผิวหนัง แต่พออายุเพิ่มขึ้น เส้นเลือดเล็กๆ เริ่มมีการเสื่อมสภาพทำให้การนำพาออกซิเจนมาสู่ผิวน้อยลง โดยปกติ ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทุกๆ 28 วัน แต่ถ้าระดับของออกซิเจนและสารอาหารในร่างกายมีไม่เพียงพอ กระบวนการสร้างสร้างเซลล์ใหม่ก็จะชลอช้าลง เซลล์ผิวที่เกิดใหม่ก็จะมีสุขภาพเสื่อมลง คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวลดลง ส่งผลให้ผิวพรรณดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวร่วงโรยขาดความยืดหยุ่นตึงกระชับ ไม่มีน้ำมีนวล
เมื่อเซลล์ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
ออกซิเจนให้ชีวิตและพลังงานแก่ทุกเซลล์ที่มีชีวิต  แต่หากเรามีนิสัยการกินไม่ดี  ดื่มจัด สูบบุหรี่ ถูกมลพิษและสารพิษ เสพย์ยา หรือการขาดการออกกำลังกาย  เซลล์ต่างๆก็จะถูกกันไม่ให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอและระบบภูมิคุ้มกันก็อาจลดน้อยลงด้วย  การมีออกซิเจนอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลเสียต่อการเผาผลาญอาหารของร่างกาย และกระทั่งอาจก่อให้เกิดการผลิตสารเคมีที่เป็นพิษ และ/หรือทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย    นอกจากนี้  ปริมาณออกซิเจนในร่างกายอาจลดลงได้อย่างมาก  หากต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆต่อไปนี้
·      ความเครียดจากสารพิษ  อันได้แก่สารเคมีที่เป็นพิษและมลพิษทางอากาศซึ่งกำลังแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตอุตสาหกรรม ทั้งนี้ยังรวมถึงการใช้สารปฏิชีวนะที่มีเพิ่มมากขึ้น และแม้กระทั่งการสูบบุหรี่ หรือการดื่มจัด
·      ความตึงเครียดทางอารมณ์ ทำให้เกิดการหลั่งอะดรีนาลิน และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอะดรีนาลิน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น
·      ภาวะบาดเจ็บทางกาย ทำให้การหมุนเวียนและหล่อเลี้ยงออกซิเจนไปตามเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกายลดน้อยลง
·      การติดเชื้อต่างๆ ร่างกายต้องต่อสู้กับแบคทีเรีย เชื้อรา และ ไวรัสต่างๆ การใช้ยาเป็นประจำจะทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆลดน้อยลงด้วย    
            ดร. สตีเฟน เลอแวง (DR. STEPHEN LEVIN) นักชีววิทยาโมเลกุลและนักวิจัยทางโภชนาการกล่าวว่า “ เราอาจมองได้ว่า การขาดออกซิเจนคือ สาเหตุหลักเพียงประการเดียวของการเกิดโรคทุกโรค ” สมมุติฐานพื้นฐานของเขาระบุว่า “ การขาดออกซิเจนมักเป็นภาวะที่เกิดขึ้นร่วมกับภาวะโรคต่างๆทุกชนิด ” ดังนั้น ภาวะการขาดออกซิเจนในเลือดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะนำไปสู่การสูญเสียระบบภูมิต้านทานโรคและเป็นที่มาของปัญหาสุขภาพที่น่ากลัวต่างๆ เช่น มะเร็ง ลูคิเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือด) เอดส์ โรคลมชัก สมองเสื่อมและโรคจากเชื้อราแคนดิดา
            ในสภาพแวดล้อมปกติ เซลล์จะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้โดยที่การเจริญเติบโตของมันไม่หยุดชะงักและยังคงความสามารถในการผลิตเซลล์ใหม่ๆได้ต่อไป แต่ในสภาวะที่มีออกซิเจนอยู่ในระดับต่ำย่อมส่งผลต่อกระบวนการออกซิเดชั่นให้ถูกจำกัดให้อยู่ในระดับต่ำด้วย  การขาดออกซิเจนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการถูกปนเปื้อนของเซลล์  ออกซิเจนเป็นตัวทำลายสภาพพิษต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อใดที่พร่องไปพิษต่างๆก็จะเริ่มทำลายกลไกการทำงานของร่างกายและทำให้พลังงานของร่างกายลดน้อยลงด้วยอาการขาดออกซิเจน   
อาการเริ่มแรกของการขาดออกซิเจนอาจรวมถึงภาวะความอ่อนแอโดยทั่วไป ความอ่อนล้า ปัญหาการไหลเวียน ระบบย่อยอาหารไม่ดี ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  วิงเวียน  ตึงเครียด ความจำเสื่อม ไร้เหตุผล โกรธง่าย มีกรดในกระเพาะ และโรคแทรกซ้อนทางหลอดลม เมื่อระบบภูมิคุ้มกันโรคต้องเผชิญกับปัญหาการขาดออกซิเจน ร่างกายก็จะมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต หวัด และไข้ต่างๆ ได้เร็วขึ้น ดังที่ ดร. ออตโต วาร์บูร์ก ผู้ได้รับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติได้ย้ำว่า มะเร็งและอาการติดเชื้อหรือภาวะโรคต่างๆไม่สามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยออกซิเจน
            เนื่องจากร่างกายของเรามิได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้ออกซิเจนในระดับต่ำ ดังนั้นการอยู่อาศัยในสังคมเมืองที่แออัด ระดับออกซิเจนจะมีอยู่ต่ำกว่าปกติมาก สารพิษที่เป็นอันตรายต่างๆจึงสะสมคั่งค้างอยู่ในเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆและในกระแสเลือด 

การใช้ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง ATM CELLFOOD จึงเป็นการเติมเต็มให้ร่างกายได้รับออกซิเจน พร้อมๆกับแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นอย่างเต็มที่ในทันที  เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมและโรคเรื้อรังต่างๆ ขับสารพิษ ให้พลังงาน เสริมภูมิต้านทาน  ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ สร้างสมาธิและสมดุลของอารมณ์ รวมทั้งช่วยลดภาวะความเสื่อมของผิว ทำให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวา เรียบเนียนเปล่งปลั่งและสดใส กลับมาเป็นผิววัยเยาว์อีกครั้ง  


วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

CELLFOOD เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย



CELLFOOD เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย  

 


 โดยมีสูตรเฉพาะที่ยากต่อการลอกเลียนแบบจากผลิตภัณฑ์เลียนแบบรายอื่น ซึ่งประกอบไปด้วย แร่ธาตุ 78 ชนิด เอนไซม์ 34 ชนิด และกรดอะมิโน 17 ชนิดที่รวมอยู่ในสารละลายดิวทีเรียมซัลเฟต

องค์ประกอบที่สำคัญของ CELLFOOD Colloidal Mineral Blend
1.      ดิวทีเรียมซัลเฟต และเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำ (Water Splitting Technology)
ทำให้เกิดก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ (O2) มีสภาวะเสถียร และเป็นประโยชน์ต่อเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เกิดจากการที่ดิวทีเรียมซัลเฟตทำให้โมเลกุลของน้ำแยกตัวออกเป็น แนซเซนท์ไฮโดรเจน (Nascent Hydrogen) ซึ่งมีประจุบวก และแนซเซนท์ออกซิเจน  (Nascent Oxygen) ซึ่งมีประจุลบ โดยแนซเซนท์ออกซิเจน  จะจับตัวกับอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของออกซิเจนที่มีประจุบวก จนกลายเป็นก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ดังกล่าวข้างต้น

1.      แร่ธาติหลัก และแร่ธาตุรอง (Major Elements & Trace Elements)
มีทั้งหมด 78 ชนิด ซึ่งอยู่ในรูปคอลลอยด์ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรงผ่านทางเนื้อเยื่อ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการย่อย โดยแบ่งเป็น
-             แร่ธาตุ 34 ชนิด มาจากฟอสซิลพืช ในพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนอาศัย และไม่มีการเพาะปลูก
-             แร่ธาตุ 44 ชนิด มาจากน้ำทะเลที่ใสบริสุทธิ์ ไร้มลภาวะ ณ บริเวณตอนใต้รอบเกาะประเทศนิวซีแลนด์
 
1.      เอนไซม์ จำนวน 34 ชนิด
เอนไซม์ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกาย ซึ่งสามารถทำให้เซลล์เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งประกอบไปด้วยเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร 4 ชนิด และเกี่ยวกับการเผาผลาญอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานต่อร่างกาย อีก 30 ชนิด

2.      กรดอะมิโน 17 ชนิด
ทำหน้าที่สร้างโปรตีน เป็นโครงสร้างทางชีวเคมีของฮอร์โมน ลำเลียงสารอาหาร เอนไซม์บางชนิด แอนติบอดี้ ระบบปลายประสาทต่างๆ และยังช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังกระชับ ซึ่งได้แก่

**CELLFOOD ได้มาจากธรรมชาติ เปรียบดั่งเป็นธรรมชาติบำบัด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล กลูโคส สารอันตราย หรือสารกระตุ้นใดที่เป็นสารต้องห้าม ซึ่งการสกัดสารต่างๆ ของ CELLFOOD จะสกัดในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ไม่ใช้ความร้อน หรือสารเคมีใดๆ ในกระบวนการสกัด จึงปลอดภัยจากสารพิษ และได้สารต่างๆ ที่คงคุณสมบัติได้เป็นอย่างดี



CELLFOOD มอบคุณประโยชน์ที่สำคัญแก่คุณ ดังนี้   

1.      CELLFOOD ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ในร่างกาย
การที่เซลล์ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคมะเร็ง โรคความจำเสื่อม และโรคไมเกรน ดังนั้น CELLFOOD จึงมีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่โดดเด่นในการให้ออกซิเจนแก่เซลล์ ด้วยเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำ ให้แยกออกเป็นประจุบวกของไฮโดรเจน และประจุลบของออกซิเจน ซึ่งจะจับตัวกับอนุมูลอิสระที่มีโทษต่อร่างกาย (ส่วนใหญ่อยู่ในรูปออกซิเจนที่มีประจุบวก) เกิดเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งร่ายกายมีความต้องการเสมือนหนึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนระบบต่างๆ ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ และเป็นตัวขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

2.      CELLFOOD ให้แร่ธาตุและเกลือแร่กับร่างกาย
กระบวนการต่างๆ ในร่างกายกว่า 75% ต่องอาศัยเกลือแร่ แต่ในความเป็นจริง ร่างกายไม่สามารถสร้างเกลือแร่ขึ้นมาเองได้ ซึ่งความไม่สมดุลของเกลือแร่นั้นเป็นสาเหตุหลักของการขาดสารอาหาร CELLFOOD มีแร่ธาตุและเกลือแร่เป็นส่วนประกอบถึง 78 ชนิด ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้อยู่ในรูปคอลลอยด์ที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถผ่านเข้าสู่ผนังเซลล์ได้โดยตรงและร่างกายสามารถนำมาใช้ได้ทันที

3.      CELLFOOD ช่วยส่งเสริมการนำกระแสประสาทในร่างกาย
จากการทดสอบความสามารถในการนำกระแสไฟฟ้า พบว่า CELLFOOD มีความสามารถในการเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายสามารถรับความรู้สึกได้ดีขึ้น

4.      CELLFOOD ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
กรดอะมิโน มีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมน และระบบภูมิต้านทาน ส่วนออกซิเจนที่ได้นวัตกรรมเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำ จะช่วยในการฟื้นสภาพของเซลล์ จึงมีผลทำให้เซลล์กลับมาแข็งแรง ส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานของเซลล์กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง และช่วยให้เซลล์ที่อยู่บริเวณบาดแผลสมานตัวกันได้ดี ทำให้แผลหายเร็ว

5.         CELLFOOD ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด – ด่างในร่างกาย
ความไม่สมดุลของความเป็นกรด – ด่างในร่างกาย ส่งผลต่อสภาวะความเป็นกรดในเลือดสูง (Acidemia) หรือสภาวะความเป็นด่างในเลือดสูง (Alkalemia) อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หายใจถี่ ความดันลดลง ปวดศีรษะ และหากมีอาการต่อเนื่องอาจำทำให้ช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้ ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำของ CELLFOOD สามารถทำให้ออกซิเจนที่มีประจุลบ กับไฮโดรเจนที่มีประจุบวกสามารถกระตุ้นการปล่อยก๊าซออกซิเจน และก๊าซไฮโดรเจนพร้อมๆ กันด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งจะช่วยในการปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง ของของเหลวในร่างกาย โดยจะทำงานทันทีเมื่อร่างกายมีกรดหรือด่างมากเกินไป

6.         CELLFOOD ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์
ด้วยเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำของ CELLFOOD ทำให้น้ำแยกตัวออกมาเป็นประจุลบของออกซิเจน และประจุบวกของไฮโดรเจน ไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นจะเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดเป็นพลังงาน (Metabolism Process) เพื่อใช้ในกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย

7.         CELLFOOD ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสารอาหาอื่นๆ เข้าสู่ร่างกาย เมื่อหยด CELLFOOD ลงในน้ำ จะช่วยให้แรงตึงผิวของน้ำลดลง ทำให้เซลล์สามารถดูดซึมสารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


เหตุผลที่ร่างกายต้องการรับคุณประโยชน์ต่างๆ จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CELLFOOD
สภาพอากาศ มลพิษ มลภาวะ สิ่งแวดล้อมอันเลวร้ายที่เราต้องเจอทุกวัน ทำให้เรารับสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัว จึงจำเป็นต้องใช้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CELLFOOD เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่เซลล์ในร่างกาย  


v     อากาศที่หายใจเข้าไปทุกวันมีปริมาณก๊าซออกซิเจนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย (จากเดิม 38% ลดเหลือ 24% และในพื้นที่แออัดเหลือเพียง 10%) เมื่อปริมาณออกซิเจนลดน้อยลง จึงทำให้มีผลต่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงน้อยลงด้วย ดังคำกล่าวของ ดร. สตีเฟน เลอแวง (DR. STEPHEN LEVIN) นักชีววิทยาโมเลกุลและนักวิจัยทางโภชนาการกล่าวว่า “เราอาจมองได้ว่า การขาดออกซิเจนคือ สาเหตุหลักเพียงประการเดียวของการเกิดโรคทุกโรค”

-             ออกซิเจนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างสูงต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ร่างกายต้องการออกซิเจนในการเผาผลาญอาหารให้เกิดพลังงาน สมองต้องการออกซิเจนทุกวินาทีเพื่อให้เกิดการรับรู้ และสั่งกายให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ และเราต้องการออกซิเจนเพื่อขจัดสารพิษ และของเสีย หากเกิดภาวะการขาดออกซิเจนในเลือดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะนำไปสู่การสูญเสียระบบภูมิต้านทานโรคและเป็นที่มาของปัญหาสุขภาพที่น่ากลัวต่างๆ เช่น มะเร็ง ลูคิเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือด) เอดส์ โรคลมชัก สมองเสื่อมและโรคจากเชื้อราแคนดิดา


-             CELLFOOD โดดเด่นในการให้ออกซิเจนแก่เซลล์ ด้วยเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำ ด้วยนวัตกรรมนี้เองทำให้เกิดอะตอมออกซิเจนใหม่ในร่างกายก็คือ “แนซเซนท์ออกซิเจน” ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายลง พร้อมกับเพิ่มปริมาณออกซิเจนบริสุทธิ์ในระดับเซลล์ ด้วยคุณสมบัติอันน่าทึ่งนี้เอง ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม อาทิ มะเร็งและเบาหวาน ช่วยเสริมระบบภูมิต้านทาน และคงความอ่อนเยาว์

-             อนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นตลอดเวลาตราบเท่าที่เราหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะเพิ่มขึ้นได้มากกว่าปกติ จาก อารมณ์ความเครียด การสูบบุหรี่ มลภาวะ การรับประทานอาหารบางประเภท อาทิ อาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม อาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำๆ หรือ อาหารที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง  นอกจากนั้น ยา รังสี แสงแดด แม้กระทั่งการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน  ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่ง CELLFOOD มีคุณสมบัติพิเศษในการลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายลง พร้อมกับเพิ่มปริมาณออกซิเจนบริสุทธิ์ในระดับเซลล์ ช่วยให้เซลล์มีสุขภาพที่ดีขึ้น จนนำไปสู่การมีร่างกายที่แข็งแรง



เทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำนี้เป็นสูตรลับมีเฉพาะในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CELLFOOD เท่านั้น ซึ่งมีความปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง หรือสารตกค้างใดๆ แม้รับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ATM CELLFOOD 

http://www.thaimgreen.com/