อนุมูลอิสระ
คืออะไร?
อนุมูลอิสระ
คือ อะตอมของออกซิเจนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
เป็นสาเหตุสำคัญของโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมและโรคเรื้อรัง การแก่ชรา ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่ผิดปกติ
รวมถึงการที่ดีเอ็นเอในเซลล์ถูกทำลาย
อนุมูลอิสระ
เป็นออกซิเจนที่อยู่ในสภาวะที่ไม่เสถียรเนื่องจากมีจำนวนอิเลคตรอนขาดไป
1 ตัว และมีประจุเป็นบวก (O+) (อะตอมปกติของออกซิเจน ประกอบด้วย
อิเลคตรอนและโปรตรอน อย่างละ 8 ตัวเท่าๆกัน
อยู่ในสภาวะเสถียรและมีประจุเป็นกลาง)
อะตอมที่ไม่เสถียรนี้จะไปดึงอิเลคตรอนจากอะตอมออกซิเจนปกติ ทำให้
อะตอมออกซิเจนปกติกลายเป็นอนุมูลอิสระ เกิดขึ้นเช่นนี้เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รวดเร็วมากในร่างกายเรา
ทำให้ผนังเซลล์เสียหาย ตลอดจนดีเอ็นเอถูกทำลาย
อนุมูลอิสระ
เกิดจากอะไร?
เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายได้
อนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นตลอดเวลาตราบเท่าที่เราหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อสร้างพลังงานในการดำรงชีวิต
ก็จะเกิดอนุมูลอิสระขึ้นเป็นผลพลอยได้
นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะเพิ่มขึ้นได้มากกว่าปกติ จาก อารมณ์ความเครียด
การสูบบุหรี่ มลภาวะ การรับประทานอาหารบางประเภท อาทิ อาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม
อาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำๆ หรือ อาหารที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง นอกจากนั้น ยา รังสี แสงแดด
แม้กระทั่งการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเป็นจำนวนมาก
อนุมูลอิสระกับการเกิดโรค
โดยปกติร่างกายเราจะมีกลไกตามธรรมชาติในการกำจัดอนุมูลอิสระ
แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นหรือเมื่อเรามีปริมาณอนุมูลอิสระมากจนเกินกว่ากลไกตามธรรมชาติจะจัดการได้
จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า ออกซิเดทีฟสเตรส (OXIDATIVE STRESS) ซึ่งนำไปสู่การแก่ชราและเป็นสาเหตุสำคัญของการเป็นโรคเรื้อรัง
และโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมต่างๆ อาทิ มะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง
โรคที่เกี่ยวกับประสาทส่วนกลาง อัมพาต อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคข้อ
โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ เบาหวาน ตาต้อ และ กระจกตาเสื่อม เป็นต้น
ออกซิเจนกับสุขภาพกายและใจ
ดร. ออตโต
วอร์บูร์ก (DR. OTTO WARBURG) นักชีวเคมีที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลโนเบลในปี
ค.ศ.1931 ชี้ให้เห็นว่า เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนสูง
การขาดการออกซิเดชั่น
(OXIDATION หรือการให้ออกซิเจนแก่เซลล์)
และเกิดการหมัก
(FERMENTATION) ขึ้นแทนที่การสร้างพลังงานของเซลล์ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง
ดร. วอร์บูร์ก กล่าวว่า “ สาเหตุหลักของโรคมะเร็ง คือ การที่ระบบหายใจตามปกติของเซลล์ที่ใช้ออกซิเจน ถูกแทนที่ด้วยการหายใจของเซลล์แบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน ” การค้นพบของดร. วอร์บูร์ก
เป็นหนึ่งในข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของออกซิเจนที่มีต่อชีวิต
เราใช้ออกซิเจนช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว
และยังใช้ในการแก้ปัญหาด้านการแพทย์บางอย่างด้วย อาทิ การติดเชื้อทางกระดูก การฆ่าเชื้อและรักษาบาดแผล
เป็นต้น บทบาทสำคัญของออกซิเจนต่อร่างกายมีอีกประการหนึ่งก็คือ
การป้องกันและปกป้องร่างกายจากแบคทีเรียที่อันตรายและจุลินทรีย์ต่างๆที่ก่อให้เกิดโรค
ออกซิเจนจากการหายใจเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซับโดยฮีโมโกลบิน
(HEMOGLOBIN) ในเม็ดเลือดแล้วจึงส่งต่อไปให้กับทุกเซลล์ในร่างกาย
ภาวะสมดุลของเซลล์ขึ้นอยู่กับการมีปริมาณออกซิเจนในเลือดที่เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่า
ชีวิตของเราอยู่ได้ด้วยการขับเคลื่อนโดยปริมาณออกซิเจนนี้เอง
ออกซิเจนกับสุขภาพผิวและความอ่อนเยาว์
ออกซิเจนช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้เกิดชั้นผิวหนังที่แข็งแรง ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี โดยออกซิเจนจะถูกนำพามาถึงชั้นผิวหนังทางเส้นเลือดใต้ชั้นผิวหนัง แต่พออายุเพิ่มขึ้น
เส้นเลือดเล็กๆ เริ่มมีการเสื่อมสภาพทำให้การนำพาออกซิเจนมาสู่ผิวน้อยลง โดยปกติ
ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทุกๆ 28 วัน
แต่ถ้าระดับของออกซิเจนและสารอาหารในร่างกายมีไม่เพียงพอ
กระบวนการสร้างสร้างเซลล์ใหม่ก็จะชลอช้าลง เซลล์ผิวที่เกิดใหม่ก็จะมีสุขภาพเสื่อมลง
คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวลดลง ส่งผลให้ผิวพรรณดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น
ผิวร่วงโรยขาดความยืดหยุ่นตึงกระชับ ไม่มีน้ำมีนวล
เมื่อเซลล์ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
ออกซิเจนให้ชีวิตและพลังงานแก่ทุกเซลล์ที่มีชีวิต แต่หากเรามีนิสัยการกินไม่ดี ดื่มจัด สูบบุหรี่ ถูกมลพิษและสารพิษ เสพย์ยา
หรือการขาดการออกกำลังกาย
เซลล์ต่างๆก็จะถูกกันไม่ให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอและระบบภูมิคุ้มกันก็อาจลดน้อยลงด้วย การมีออกซิเจนอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลเสียต่อการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
และกระทั่งอาจก่อให้เกิดการผลิตสารเคมีที่เป็นพิษ และ/หรือทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย นอกจากนี้
ปริมาณออกซิเจนในร่างกายอาจลดลงได้อย่างมาก หากต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆต่อไปนี้
· ความเครียดจากสารพิษ
อันได้แก่สารเคมีที่เป็นพิษและมลพิษทางอากาศซึ่งกำลังแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ยังรวมถึงการใช้สารปฏิชีวนะที่มีเพิ่มมากขึ้น และแม้กระทั่งการสูบบุหรี่ หรือการดื่มจัด
· ความตึงเครียดทางอารมณ์
ทำให้เกิดการหลั่งอะดรีนาลิน และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอะดรีนาลิน
ซึ่งจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น
· ภาวะบาดเจ็บทางกาย
ทำให้การหมุนเวียนและหล่อเลี้ยงออกซิเจนไปตามเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกายลดน้อยลง
· การติดเชื้อต่างๆ ร่างกายต้องต่อสู้กับแบคทีเรีย
เชื้อรา และ ไวรัสต่างๆ
การใช้ยาเป็นประจำจะทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆลดน้อยลงด้วย
ดร. สตีเฟน
เลอแวง (DR. STEPHEN LEVIN) นักชีววิทยาโมเลกุลและนักวิจัยทางโภชนาการกล่าวว่า
“ เราอาจมองได้ว่า การขาดออกซิเจนคือ สาเหตุหลักเพียงประการเดียวของการเกิดโรคทุกโรค
” สมมุติฐานพื้นฐานของเขาระบุว่า
“ การขาดออกซิเจนมักเป็นภาวะที่เกิดขึ้นร่วมกับภาวะโรคต่างๆทุกชนิด
” ดังนั้น ภาวะการขาดออกซิเจนในเลือดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จะนำไปสู่การสูญเสียระบบภูมิต้านทานโรคและเป็นที่มาของปัญหาสุขภาพที่น่ากลัวต่างๆ
เช่น มะเร็ง ลูคิเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือด) เอดส์ โรคลมชัก
สมองเสื่อมและโรคจากเชื้อราแคนดิดา
ในสภาพแวดล้อมปกติ เซลล์จะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้โดยที่การเจริญเติบโตของมันไม่หยุดชะงักและยังคงความสามารถในการผลิตเซลล์ใหม่ๆได้ต่อไป
แต่ในสภาวะที่มีออกซิเจนอยู่ในระดับต่ำย่อมส่งผลต่อกระบวนการออกซิเดชั่นให้ถูกจำกัดให้อยู่ในระดับต่ำด้วย การขาดออกซิเจนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการถูกปนเปื้อนของเซลล์
ออกซิเจนเป็นตัวทำลายสภาพพิษต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเมื่อใดที่พร่องไปพิษต่างๆก็จะเริ่มทำลายกลไกการทำงานของร่างกายและทำให้พลังงานของร่างกายลดน้อยลงด้วยอาการขาดออกซิเจน
อาการเริ่มแรกของการขาดออกซิเจนอาจรวมถึงภาวะความอ่อนแอโดยทั่วไป
ความอ่อนล้า ปัญหาการไหลเวียน ระบบย่อยอาหารไม่ดี ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ วิงเวียน
ตึงเครียด ความจำเสื่อม ไร้เหตุผล โกรธง่าย มีกรดในกระเพาะ
และโรคแทรกซ้อนทางหลอดลม เมื่อระบบภูมิคุ้มกันโรคต้องเผชิญกับปัญหาการขาดออกซิเจน
ร่างกายก็จะมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต หวัด และไข้ต่างๆ ได้เร็วขึ้น
ดังที่ ดร. ออตโต วาร์บูร์ก
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติได้ย้ำว่า
มะเร็งและอาการติดเชื้อหรือภาวะโรคต่างๆไม่สามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยออกซิเจน
เนื่องจากร่างกายของเรามิได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้ออกซิเจนในระดับต่ำ
ดังนั้นการอยู่อาศัยในสังคมเมืองที่แออัด ระดับออกซิเจนจะมีอยู่ต่ำกว่าปกติมาก
สารพิษที่เป็นอันตรายต่างๆจึงสะสมคั่งค้างอยู่ในเซลล์ เนื้อเยื่อ
อวัยวะต่างๆและในกระแสเลือด
การใช้ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง ATM CELLFOOD
จึงเป็นการเติมเต็มให้ร่างกายได้รับออกซิเจน พร้อมๆกับแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นอย่างเต็มที่ในทันที
เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมและโรคเรื้อรังต่างๆ
ขับสารพิษ ให้พลังงาน เสริมภูมิต้านทาน
ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ สร้างสมาธิและสมดุลของอารมณ์ รวมทั้งช่วยลดภาวะความเสื่อมของผิว
ทำให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวา เรียบเนียนเปล่งปลั่งและสดใส กลับมาเป็นผิววัยเยาว์อีกครั้ง




